ชิปปิ้งจีน สิทธิคุ้มครองผู้บริโภค กับระยะเวลาการขอรับเงินคืน!

ชิปปิ้งจีน สิทธิของผู้บริโภค protaobao3 ชิปปิ้งจีน ชิปปิ้งจีน สิทธิคุ้มครองผู้บริโภค กับระยะเวลาการขอรับเงินคืน!                                                     protaobao3 768x402

ชิปปิ้งจีน แม้ว่าการซื้อสินค้าออนไลน์นั้น จะช่วยอำนวยความสะดวกสบาย รวดเร็ว ประหยัดเวลา แต่ก็มีความเสี่ยงอยู่บางประการ เนื่องจากคุณไม่สามารถเห็นของจริงก่อนซื้อหรือจับต้องสินค้าได้

ทว่า ปัจจุบัน มีกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองกับผู้บริโภคออนไลน์ เพื่อสร้างความอุ่นใจในการซื้อสินค้า หรือที่เรียกว่ากฎระเบียบสัญญาผู้บริโภค (Consumer Contracts Regulation หรือ CCR)

ซึ่งมีอยู่ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจและมีผู้คนสงสัยใครรู้มากที่สุด ในแง่ที่ว่า ผู้บริโภคจะสามารถขอรับเงินคืนได้เต็มจำนวนในกรณีใดบ้าง ?

Protaobao รวบรวมข้อมูลมา รายละเอียดเชิงลึกขิงกฎระเบียบสัญญาผู้บริโภค (CCR) ที่คุณควรรู้มาฝาก

สิทธิของผู้บริโภคภายใต้ข้อบังคับสัญญาผู้บริโภค

ภายใต้กฎระเบียบสัญญาผู้บริโภค (CCR) ผู้บริโภคมีเวลา 14 วันในการคืนบางอย่างจากวันที่ผลิตภัณฑ์หรือสินค้านั้นๆ มาถึงมือของผู้บริโภค ซึ่งเป็นข้อกำหนดขั้นต่ำทางกฎหมาย นั่นจึงหมายความว่าผู้ค้าปลีกมีเวลา 14 วันนับจากวันที่มีการซื้อสินค้าเพื่อคืนเงินให้กับผู้บริโภค สิ่งสำคัญสำหรับผู้บริโภคในการจะได้รับเงินคืนอย่างรวดเร็ว คือการแนบหลักฐานการซื้อสินค้าไปทางไปรษณีย์ จะช่วยให้กระบวนการรับเงินคืนเร็วขึ้น

ค่าใช้จ่ายในการส่งคืนสินค้าหรือบริการชิปปิ้งจีนอาจได้ไม่เต็มจำนวน ยกเว้นแต่ว่ารายการสินค้านั้น มีความผิดพลาดหรือไม่เป็นไปตามที่มีคำอธิบายไว้ ในกรณีนี้ ผู้จำหน่ายต้องรับผิดชอบค่าส่งไปรษณีย์หรือบริการชิปปิ้งจีน และการซื้อบางอย่าง เช่น อาหารและสินค้าที่เน่าเสียได้ง่าย เป็นกรณียกเว้นที่ไม่สามารถส่งคืนได้

การส่งคืนโดยการคลิกและรวบรวมการซื้อ

หากผู้บริโภคทำการซื้อหรือสั่งเสื้อจากร้านค้าออนไลน์ หรือคลิกใส่ลงในตะกร้าของร้านค้า หลังจากที่คุณได้ทำการชำระเงินออนไลน์แล้ว เชื่อเถอะว่าคุณได้รับการคุ้มครองโดย CCR เป็นที่เรียบร้อย

ข้อบกพร่องด้านราคาออนไลน์

ทุกครั้งที่เว็บไซต์มีข้อผิดพลาดเล็กน้อย และมีการจัดวางผลิตภัณฑ์ผิดพลาด เช่น ระบุราคาไว้ 1.99 ปอนด์ แทนที่จะเป็นราคา 199 ปอนด์ หรือบางครั้งมีข้อผิดพลาดที่เกิดจากการชำระเงิน ทำให้ลูกค้าได้ฟรีในบางรายการ ในกรณีเช่นนี้ ร้านค้าอาจจะมีข้อเสนอบางประการให้กับผู้บริโภค

ในทางตรงกันข้าม หากร้านค้าอ้างถึงการไม่ต้องจ่ายเงินคืนให้เต็มราคา ทั้งที่เป็นความผิดพลาดของตนเอง กฎหมายได้ระบุไว้ว่า หากร้านค้าไม่สามารถอธิบายหรือบ่ายเบี่ยงเพื่อไม่ต้องการจ่ายเงินคืน กรณีเช่นนี้ผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิขอรับเงินคืนได้เต็มจำนวนหากได้ทำการจ่ายหรือชำระเงินไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม บางกรณีความผิดพลาดอาจไม่ชัดเจน เช่น ผู้ค้าปลีกออนไลน์กรอกข้อมูลลงบนเว็บไซต์เกี่ยวกับสินค้า เช่น เสื้อเชิ้ต จัดโปรโมชั่นลดราคา แต่ติดป้ายราคาโดยไม่ตั้งใจว่าเป็นราคา 20 ปอนด์ แท้จริงแล้วราคาเป็น 200 ปอนด์ ทั้งนี้ผู้บริโภคสามารถโต้แย้งได้อย่างสมเหตุสมผลว่าผู้บริโภคได้เชื่อแล้วว่านี่คือราคาขาย จึงได้ทำการซื้อและชำระเงินไปเรียบร้อยแล้ว

การส่งคืนรายการหรือคำสั่งซื้อออนไลน์ที่ดำเนินการมาถึงช้ากว่าที่สัญญา

หากมีการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์เกิดขึ้นแล้ว และมีการระบุระยะเวลาในการจัดส่งถึงมือผู้บริโภคตามที่ผู้จำหน่ายหรือร้านค้าได้ระบุเอาไว้ ยิ่งเป็นกรณีที่ผู้บริโภคมีสิทธิ์ได้รับเงินคืนเต็มจำนวนคือเมื่อสินค้าหรือรายการที่ซื้อออนไลน์นั้นมาไม่ถึงตามกำหนด ผู้บริโภคจะได้รับการคุ้มครองจาก CCR ทันที

โดยที่ผู้บริโภคสามารถขอคืนเงินเต็มจำนวนได้สูงสุด 14 วัน หลังจากทำรายการสั่งซื้อ แต่จงจำไว้ว่าผู้บริโภคจะไม่ได้รับความคุ้มครองจาก CCR หากผู้บริโภคยังไม่ได้ทำการชำระเงินกับทางผู้จำหน่ายหรือทางร้านค้า

สำหรับผู้จำหน่ายหรือร้านค้า มีเวลาเพียง 30 วัน ในการส่งมอบสินค้าให้กับผู้บริโภคผ่านบริการไปรษณีย์หรือชิปปิ้งจีน ก่อนจะเริ่มนโยบายการยกเลิกรถเข็นสินค้าตามระยะเวลาที่กำหนด และหากทำให้ผู้บริโภคเสียเวลาเพื่อรอส่งมอบตามกำหนดเวลา พวกเขาสามารถเรียกร้องค่าชดเชยได้

เหตุผลที่ผู้บริโภคอาจได้รับเงินคืนสำหรับบริการที่ไม่ดี

แม้จะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างการซื้อสินค้า/บริการ และการชำระค่าสินค้า/บริการ แต่พระราชบัญญัติสิทธิผู้บริโภค ต่างก็มีผลบังคับใช้ทั้งสองกรณี

อย่างไรก็ตาม คำว่า ‘บริการ’ มีความหมายครอบคลุมถึงทุกสิ่งที่ผู้บริโภคได้จ่ายเงินไป และเป็นบริการที่ต้องใช้ทักษะจากบุคคลอื่น เช่นการนวด การตัดผม การซักแห้งหรืออะไรก็ตามที่คิด

สิทธิ์ของผู้บริโภคสำหรับบริการคือ :

  • ผู้บริโภคต้องได้รับการดูแลอย่างสมเหตุสมผล
  • ราคาที่จ่าย ต้องเป็นสิ่งที่ ‘เหมาะสม’ หากยังไม่มีการตกลงกันไว้ล่วงหน้า
  • ผู้บริโภคควรทำภายในระยะเวลาที่ ‘สมเหตุสมผล’ หากไม่ได้ตกลงกันในช่วงเวลา
  • ข้อมูลใดๆ ที่ได้เขียนเป็นสัญญาหรือกล่าวว่ามีผลผูกพัน ควรมีการตกลงราคากันก่อนล่วงหน้า ซึ่งในส่วนของการให้บริการ ผู้ให้บริการจะต้องดำเนินการตามนั้น

บ่อยครั้งสิทธิของผู้บริโภคสำหรับบริการ ขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่ายที่มีแนวคิดเดียวกัน ว่าอะไรเป็นสิ่ง ‘สมเหตุสมผล’ ในบริบทเฉพาะ ไม่สามารถใช้หลักการเดียวกันได้ในทุกๆ กรณี